วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2557

ท้องฟ้า หมู่ดาวและเงาข้างกาย



เคยมีสักครั้งไหมจ๊ะ ที่ใครคนหนึ่งบอกให้คุณแหงนมองดูท้องฟ้ากว้างเพื่อพินิจพิเคราะห์ดวงจันทร์ว่าเสี้ยวของมันเว้าไปทางไหน-อย่างไร? นิ้วน้อยๆ ชี้ปร๊าดๆ ทางโน้นทางนี้ไปเรื่อยจนมองหาจุดหมายปลายทางตามไม่ทันเลยสักนิด... พร้อมสาธยายตำนานของกลุ่มดาวต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าเอาส่วนไหนจดจำเรื่องราวไกลตัวได้เก่งนัก...  แต่สำหรับฉันน่ะรึ นอกจากชื่นชมความสวยงามของผืนฟ้าพราวพร่างแล้ว ก็หาได้อยากรู้จักดาวใดๆ สักนิดไม่ กลัวว่ามันจะหล่นทับเข้าสักวัน... ฮ้าวส์! นอนกินลมดีกว่า Z z z z...


จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ฉันเจอกับตัวเองมาแล้วจริงๆ... ขอบอกอย่างมั่นใจไม่มีอำ ว่า ณ ที่บางแห่ง เราจะมองเห็นพระจันทร์และหมู่ดาวดวงใหญ่กว่าปกติ ท่ามกลางเงาสลัวของเวิ้งที่กว้างมากถึงมากที่สุด ดวงดาวเหล่านั้นพร้อมใจกันเปล่งประกายระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้าซึ่งดูราวกับว่าโอบโค้งอยู้ไม่ไกลเกินเอื้อมสักเท่าไหร่... มันยิ่งทำให้ใจเล็กๆ ของเราหดหู่-อ้างว้างซะมากมายในยามที่อยู่คนเดียว...

 

หากว่าใครก็ตามได้สัมผัสธรรมชาติยามค่ำคืนอันมีท้องฟ้าหมู่ดาวและหาดทรายสายลมผสมเกลียวคลื่นซัดสาด... เช่นนี้แล้ว ถ้าไม่บอกว่านี่คือสถานที่สุดแสนโรแมนติกแล้วล่ะก็ คงจะเป็นอะไรที่หงอยเหงาสุดๆ อันใดอันหนึ่ง ชัวร์... ก็ว่ากันไป ใจใครก็ใจใคร... ขึ้นอยู่กับว่าสถานะของหัวใจกำลังถูกครอบงำด้วยไอรักอยู่หรือเปล่า...



และไอ้บรรยากาศประมาณนี้แหละ ที่ทำเอาคนอกหักรักคุดหลายๆ คน ทนรับมือกับความเหงาและร้าวรานแทบไม่ได้ ความทุกข์ทุรนทุรายในใจเหมือนจะยิ่งทบทวี ไม่มีวี่แววว่าจะเลือนลางจางหาย... ร่ำๆ จะวิ่งลงทะเลให้ด่าวดิ้นสิ้นชีพไปซะ จะได้จบทุกอย่างเพียงแค่นี้ จบแค่นี้เหอะ... พอกันที... ไม่ไหวแล้ว...


ในขณะเดียวกัน ใครหลายคนอาจมีจินตนาการสุดบรรเจิด...
นึกเคลิ้มไปว่าตนและคนรักควงคู่เต้นรำดื่มด่ำน้ำผึ้งแสนหวานอยู่ใต้เงาจันทร์
โดยปราศจากผู้คนคอยขัดขวางความสุข... ก้อว่าไปนู่น


ผิดกับฉันที่ได้แต่คิดๆ และเขียนๆ อะไรไปเรื่อยเปื่อย... อย่าถามเลยว่าความจริงเป็นเช่นไร


บอกได้แค่ว่า
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
ผู้ใดมีรัก ผู้นั่นมี... มี... ความกังวล! มั้ง... 

ฮื่ยส์!


เอาน่า... พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว

 < บอกตัวเองดังๆ >